ซ่อมบำรุง บ้านเก่า ควรปรับปรุงงานระบบหรือไม่

ซ่อมบำรุง บ้านเก่า ควรปรับปรุงงานระบบหรือไม่ การปรับปรุงงานระบบไฟฟ้าและประปานั้น นับเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาควบคู่กับการรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ โดยจะปรับปรุงมากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาตามความเหมาะสม

เมื่อพูดถึงงานรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ ในระดับที่เรียกว่าเป็นการปรับปรุงบ้านเก่าทั้งหลังนั้น เจ้าของบ้านหลายท่านมักมีคำถามว่า จำเป็นจะต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าและประปาด้วยหรือไม่ หากอุปกรณ์งานระบบต่างๆ ที่ใช้งานอยู่ทุกวันนี้ยังไม่เจอปัญหา ควรปล่อยทิ้งไว้เหมือนเดิมหรือถือโอกาสปรับปรุงใหม่ไปด้วยเลยจะดีกว่า

โดยหลักแล้วงานระบบไฟฟ้าในบ้านที่ใช้งานมาเกิน 15 ปี ควรปรับปรุงใหม่เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากสายไฟฟ้ามักเสื่อมสภาพ เช่น ฉนวนหุ้มสายไฟกรอบแตก สายไฟไร้ท่อหุ้มที่เดินเหนือฝ้าเพดานอาจโดนหนูแทะกัดกินจนเกิดรอยเสียหาย รวมถึงกรณีเป็นบ้านเก่าอาจไม่ได้มีการติดตั้งสายดินไว้ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ สำหรับบ้านที่มีอายุตั้งแต่ 15 – 20 ปีขึ้นไป มักมีแนวโน้มปรับปรุงครั้งใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่จะปรับปรุงงานระบบไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด โดยลองพิจารณาถึงการเดินสายไฟครั้งใหม่ว่าจะเป็นแบบ “เดินลอย” โดยร้อยท่อหรือตีกิ๊บ ซึ่งมีข้อดีคือใช้งบประมาณน้อย และซ่อมแซมบำรุงรักษาได้ง่าย (แต่ต้องคำนึงถึงการเดินสายไฟให้เป็นระเบียบสวยงาม) หรือจะเลือกเดินสายไฟ อีกแบบคือ “ฝังผนัง” ที่เน้นความเรียบร้อยสวยงาม (แต่จะติดตั้งและบำรุงรักษาค่อนข้างยาก โดยต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญการเท่านั้นและใช้งบประมาณพอสมควร)

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องอายุการใช้งานแล้ว อาจมีปัจจัยอื่นทำให้ต้องพิจารณาปรับปรุงการวางระบบไฟฟ้าในบ้านบางส่วน โดยเฉพาะกรณีที่มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยใหม่ จึงต้องจัดผังไฟให้ลงตัวตาม ไม่ว่าจะเป็น โคมไฟให้แสงสว่าง ปลั๊ก สวิตช์ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการจัดแบ่งระบบเซอร์กิตไฟฟ้าให้สัมพันธ์กับพื้นที่ รวมถึงขนาดตู้เมนตลอดจนเฟสไฟฟ้าที่เหมาะกับจำนวนและปริมาณเครื่องใช้ไฟฟ้า หากพบว่าเกิดไฟดับบ่อยๆ ในขณะที่เพื่อนบ้านใช้ไฟฟ้าได้ตามปกตินั้น อาจเป็นเพราะอุปกรณ์จ่ายไฟไม่เหมาะสม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการปรับปรุงระบบ เช่น เปลี่ยนระบบไฟฟ้าจาก 1 เฟส เป็น 3 เฟส เพื่อรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนหลายเครื่องที่ต้องใช้กำลังไฟมาก เป็นต้น

ส่วนเรื่องของระบบประปานั้น ให้ลองพิจารณาว่ายังคงใช้งานได้ดีหรือไม่ หากพบความผิดปกติหรือมีอาการติดขัดในการใช้งาน ให้พิจารณาการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง โดยอาจเป็นการ “ปรับปรุงใหม่ทั้งระบบ” หรือ “แก้ไขเฉพาะส่วนที่มีปัญหา” ตามความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น เกิดปัญหาน้ำใช้มีกลิ่นสนิมจากท่อน้ำเหล็กและไหลเอื่อยลง ให้สันนิษฐานว่า ภายในท่อน้ำประปามีตะกอนสนิมพอกจนเบียดพื้นที่ในท่อทำให้น้ำไหลช้าลง ควรปรับปรุงท่อน้ำดีทั้งระบบ โดยเปลี่ยนจากท่อเหล็กเป็นท่อพลาสติก และหากท่อเหล็กของเดิมฝังไว้ในผนัง อาจไม่จำเป็นต้องรื้อออกให้ยุ่งยาก เพียงแค่กำหนดแนวท่อฝังผนังใหม่โดยเลี่ยงไม่ทับแนวเดิม หรือเลือกเดินท่อลอยบนผนังไปเลยก็ได้เช่นกัน

ข้อต่อท่อน้ำที่ฝังอยู่ในผนัง เช่น กาวยึดข้อต่อท่อ PVC เกิดการเสื่อมสภาพตามอายุ ทำให้น้ำรั่วซึมจนผนังชื้นเป็นรอยช้ำน้ำ สีทาผนังโป่งพองลอกล่อน ตามด้วยบิลค่าน้ำประปาที่อาจสูงผิดปกติ กรณีนี้จะต้องแก้ไขเฉพาะส่วนที่มีปัญหา โดยสกัดผิวผนังบริเวณจุดรั่วซึมออกแล้วตัดเปลี่ยนข้อต่อท่อใหม่ให้เรียบร้อย

อีกส่วนหนึ่งของงานระบบที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้ามในการพิจารณาปรับปรุง นั่นคือระบบระบายน้ำเสีย ซึ่งควรตรวจสอบหาจุดรั่วซึมและสังเกตว่าการระบายน้ำยังคงเป็นปกติหรือไม่ หากน้ำระบายได้ช้าลงอาจมีสาเหตุมาจากการอุดตันของท่อน้ำทิ้งหรือท่ออากาศ สำหรับบ้านที่ใช้บ่อเกรอะบ่อซึมและเกิดปัญหาสุขภัณฑ์กดชำระไม่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าฝน ให้ลองพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ถังบำบัดสำเร็จรูปแทน (หากมีพื้นที่ติดตั้งเพียงพอ) ส่วนห้องครัวที่ยังไม่มีถังดักไขมัน อาจหามาติดตั้งเพิ่มเพื่อลดปัญหาไขมันอุดตันในท่อระบายน้ำ สำหรับบ้านที่มีปัญหากลิ่นรบกวนจากห้องน้ำหรือห้องครัว โดยที่ยังระบายน้ำได้ตามปกติ ให้ตรวจสอบว่ามีการติดตั้ง P-Trap หรือ U-Trap ครบถ้วนหรือไม่ หากตำแหน่งใดไม่มีควรทำการติดตั้งให้เรียบร้อย หรือในบางตำแหน่ง เช่น Floor Drain บนพื้นห้องน้ำ อาจเลือกใช้ตะแกรงกันกลิ่นแทนได้

จะเห็นได้ว่าการรีโนเวทบ้านเก่าที่มีอายุเกิน 15 ปีขึ้นไป นับเป็นโอกาสที่ดีในการปรับปรุงระบบไฟฟ้าทั้งบ้านไปด้วย ส่วนระบบประปานั้น ควรสังเกตจากสภาพการใช้งาน เพื่อพิจารณาว่าจะปรับปรุงส่วนใดมากน้อยแค่ไหน ในการเดินท่องานระบบครั้งใหม่ อาจกำหนดแนวไม่ให้ซ้ำกับตำแหน่งท่อเดิมที่ฝังในผนัง เพื่อเลี่ยงความยุ่งยากในการรื้อถอน หรือเลือกเดินท่อแบบลอยโดยออกแบบตำแหน่งการติดตั้งแนวท่อให้ดูเป็นระเบียบสวยงามก็ได้เช่นกัน